7 งาน Customer Service ให้ Saifa AI ช่วยได้ภายในวันเดียว

ในหนึ่งวัน ทีม Customer Service ไม่ได้มีแค่หน้าที่ “ตอบแชท” เพียงแค่อย่างเดียวแต่ยังต้องค้นหาข้อมูลสินค้า เช็คประวัติลูกค้า ไล่ดูออเดอร์ ประสานงานกับทีม และกลับมาสรุปข้อมูลจากบทสนทนาจำนวนมากก่อนจบวัน ยิ่งมีจำนวนลูกค้าที่ทักเข้ามาต่อวันที่เพิ่มขึ้น ทีม Customer Service ยิ่งต้องใช้เวลาไปโฟกัสกับงาน Routine มากกว่าเดิม

Saifa AI เข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงานของทีม Customer Service จากเดิมที่ต้อง “ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง” ให้เป็นทีมที่มี AI ช่วยจัดการงานเบื้องหลัง เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วและสามารถจัดงานภายใน 1 วันให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้นกว่าเดิม

Saifa AI ไม่ได้ช่วยแค่ “ตอบลูกค้า” แต่ช่วยลดงานทีม Customer Service ได้ด้วย

เวลาพูดถึง AI สำหรับ Customer Service หลายธุรกิจอาจนึกถึงภาพของระบบที่เข้ามาช่วย “ตอบแชทแทนแอดมิน” เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง งานของทีม Customer Service ไม่ได้จบแค่การตอบคำถามลูกค้า เพราะหลังจากลูกค้าทักเข้ามา ยังมีงานอีกหลายขั้นตอนที่ต้องจัดการต่อ ตั้งแต่การอ่านและทำความเข้าใจ Conversation การแยกประเภทของเคส การค้นหาข้อมูล การสรุปประเด็น ไปจนถึงการส่งต่อให้ทีมที่เกี่ยวข้อง และงานทั้งหมดนี้ที่ใช้เวลาของทีมไปไม่น้อย

Saifa AI จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแค่ตอบลูกค้าอัตโนมัติ แต่ยังช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำในแต่ละวันของทีม Customer Service ได้ด้วย ทำให้แอดมินไม่จำเป็นต้องใช้เวลาไปกับทุก Conversation และสามารถโฟกัสกับเคสที่ต้องใช้การตัดสินใจหรือการดูแลจากคนมากขึ้น

ในแต่ละวัน Customer Service อาจต้องรับมือกับ Conversation จำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุก Conversation จะมีความซับซ้อนเท่ากัน

บางข้อความเป็นเพียงคำถามทั่วไป บางเคสต้องติดตามต่อ และบางเคสอาจเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อ การร้องเรียน หรือปัญหาที่ต้องส่งต่อให้ทีมอื่น หากแอดมินต้องเปิดอ่านและจัดการทุก Conversation ด้วยตัวเองทั้งหมด ทีมก็จะเสียเวลาไปกับงานที่สามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

หลังจากนี้แอดมินต้องทำอะไร?

เมื่อ Saifa AI เข้ามาช่วยลดงานบางส่วน ไม่ได้หมายความว่าทีม Customer Service จะไม่ต้องทำอะไร แต่บทบาทของแอดมินจะเปลี่ยนไป

จากเดิมที่ต้องใช้เวลาไปกับการอ่านแชท ค้นข้อมูล สรุปเรื่อง และจัดการงานซ้ำ ๆ แอดมินสามารถนำเวลาที่ลดลงมาโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความเข้าใจและการตัดสินใจของคน เช่น เคสที่มีความซับซ้อน การดูแลลูกค้ารายสำคัญ หรือปัญหาที่ต้องใช้การแก้ไขเฉพาะกรณี

เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมการใช้ AI กับ Customer Service ไม่ควรมองเพียงว่า “AI ตอบแทนแอดมินได้กี่เปอร์เซ็นต์” แต่ควรมองว่า “AI ช่วยให้แอดมินไม่ต้องเสียเวลาไปกับงานอะไรบ้าง”

7 งานที่ Saifa AI ช่วยทีม Customer Service ได้ภายในวันเดียว

แต่ละวันทีม Customer Service ต้องรับมือกับงานมากกว่าการตอบคำถามลูกค้า เพราะเบื้องหลังการสนทนาแต่ละครั้งยังมีขั้นตอนอีกมาก ตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลสินค้า การจัดการออเดอร์ การคัดแยกเคส การส่งต่องาน ไปจนถึงการรวบรวมข้อมูลเพื่อทำรายงาน ถึงแม้งานทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของทีม Customer Service แต่หลายขั้นตอนเป็นงาน Routine ที่ต้องทำซ้ำตลอดทั้งวัน และยิ่งจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น เวลาที่ทีมต้องใช้กับงานเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Saifa AI จึงเข้ามาช่วยลดภาระในแต่ละขั้นตอน โดยให้ AI รับงานที่สามารถทำแบบอัตโนมัติหรือจัดการจากข้อมูลที่มีอยู่ ขณะที่ทีม Customer Service สามารถเข้ามาดูแลเฉพาะงานที่ต้องใช้การตัดสินใจและ Human Touch มากขึ้น 

1. Assign AI ช่วยคัดแยกเคสและตอบคำถามเบื้องต้น

ทุกแชทที่เด้งเข้ามาอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้แอดมินในการจัดการตั้งแต่ต้น เพราะคำถามและความต้องการของลูกค้าแต่ละรายมีระดับความซับซ้อนแตกต่างกัน บางเคสสามารถจัดการได้จากข้อมูลที่มีอยู่ ขณะที่บางกรณีต้องอาศัยการตัดสินใจของแอดมินหรือจำเป็นต้องประสานงานกับทีมอื่น

Saifa AI สามารถช่วยวิเคราะห์บริบทของบทสนทนาและแยกเคสที่ AI สามารถจัดการได้ออกจากเคสที่ควรส่งต่อให้แอดมิน เมื่อเจอเคสที่อยู่นอกเหนือข้อมูลหรือจำเป็นต้องใช้ Human Judgment AI สามารถส่งต่อให้แอดมินเข้ามารับช่วงต่อได้โดยไม่ต้องคอยตรวจสอบทุกแชทด้วยตัวเอง 

การทำงานลักษณะนี้ช่วยเปลี่ยนบทบาทของ Customer Service จากการต้อง “เฝ้าทุกแชท” มาเป็นการเข้าไปดูแลเฉพาะเคสที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของคน

ผลลัพธ์ที่ได้: ลดเวลาคัดแยก Conversation ลดภาระการเฝ้าแชท และช่วยให้ทีมโฟกัสกับเคสที่สำคัญและซับซ้อนได้มากขึ้น

2. ใช้ AI Assistant ช่วยค้นหาข้อมูลสินค้าก่อนตอบ

อีกหนึ่งขั้นตอนที่ใช้เวลาของ Customer Service คือการค้นหาข้อมูลก่อนตอบลูกค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้าเป็นจำนวนมาก หรือมีรายละเอียดสินค้า เงื่อนไขการให้บริการ และข้อมูลเฉพาะที่ต้องตรวจสอบให้ถูกต้องก่อนสื่อสารกับลูกค้า

ก่อนหน้านี้แอดมินอาจต้องเปิดเว็บไซต์ เอกสาร Product Information, SOP หรือ Knowledge Base หลายแหล่งเพื่อค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำข้อมูลกลับมาใช้ตอบใน Conversation

Saifa AI สามารถใช้ข้อมูลของธุรกิจและ Knowledge Base เป็นแหล่งความรู้ให้ AI ช่วยค้นหาและสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทำให้แอดมินเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาแบบ Manual ทุกครั้ง

เมื่อข้อมูลที่ต้องใช้ในการตอบถูกค้นหาได้ง่ายขึ้น แอดมินจึงสามารถใช้เวลาไปกับการดูแลลูกค้าแทนการค้นหาเอกสาร

ผลลัพธ์ที่ได้: ลดเวลาค้นหาข้อมูล ลดขั้นตอนก่อนตอบลูกค้า และช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น

3. Smart Shopping Agent ช่วยเช็คสต็อคสินค้าและจัดการออเดอร์

การเช็คสินค้าและจัดการออเดอร์เป็นอีกหนึ่งงานที่ทีม Customer Service ต้องใช้เวลาในการจัดการในแต่ละวัน โดยเฉพาะธุรกิจ E-commerce ที่มีออเดอร์จำนวนมากเข้ามาพร้อมกันในแต่ละวัน เพราะแต่ละออเดอร์ต้องผ่านทั้งการตรวจสอบข้อมูลสินค้า เช็คจำนวนสต็อค และดำเนินการสร้างคำสั่งซื้อให้ถูกต้อง 

หากต้องให้แอดมินสลับไปมาระหว่างระบบแชท ระบบจัดการสินค้า และระบบออเดอร์ทุกครั้งที่ลูกค้าต้องการสั่งซื้อ ก็จะเพิ่มขั้นตอนการทำงานและทำให้ทีมต้องใช้เวลากับงานหลังบ้านมากขึ้น

Saifa AI มีระบบ Create Order ฝังในตัวแชท ที่สามารถเชื่อมข้อมูลสต็อคสินค้าและจัดการคำสั่งซื้อให้ลูกค้าต่อได้ช่วยลด process การทำงานของ Customer Service ตั้งแต่การพูดคุยกับลูกค้าไปจนถึงการสร้างออเดอร์สามารถทำได้ต่อเนื่องภายใน Workflow เดียว โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายระบบ ลดขั้นตอนในการตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีลูกค้าหรือคำสั่งซื้อเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก ซึ่งหากลดขั้นตอนการค้นหาข้อมูลนี้จะช่วยให้แอดมินสามารถกลับมาดูแล Conversation และปิดการขายได้เร็วกว่าเดิม

ผลลัพธ์ที่ได้: ลดขั้นตอนการสร้างออเดอร์และตรวจสอบสต็อก ลดงานหลังบ้านของแอดมิน และช่วยให้การจัดการคำสั่งซื้อจากช่องทางแชททำได้รวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น

4. ช่วยสรุป Smart Notes สั้นๆ ก่อนส่งต่อเคส

เมื่อ Customer Service ต้องส่งต่อเคสไปยังทีม Sales, Operations หรือทีมที่เกี่ยวข้อง ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือผู้รับช่วงต่อไม่เห็นภาพรวมของเคสทันที  ยิ่งแชทที่มีประวัติข้อมูลที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แอดมินที่รับช่วงต่ออาจต้องเสียเวลากลับไปอ่าน Conversation History ตั้งแต่ต้น หรือกลับไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมเดิม ทำให้ใช้เวลาในการแก้ไขเคสนานขึ้น และการทำงานต่อช้าลง ส่งผลกับยอดขายโดยตรง

Saifa AI มี Smart Notes ที่ช่วยสรุปประเด็นสำคัญจากบทสนทนา แทนที่จะเปิด Inbox แล้วไล่อ่าน Conversation ยาว ๆ ทีละเคส Saifa AI สามารถช่วยสรุปบทสนทนาและจับประเด็นสำคัญให้ทีมเห็นว่า ลูกค้าต้องการอะไร เคยดำเนินการอะไรไปแล้ว และตอนนี้เหลืออะไรที่ต้องทำต่อ ช่วยลดเวลาที่พนักงานต้องย้อนอ่านประวัติการสนทนา และทำให้เริ่มต้นวันด้วยรายการที่ต้องจัดการได้ทันที

ผลลัพธ์ที่ได้: ลดเวลาอ่านประวัติแชท ลดการอธิบายข้อมูลซ้ำ และช่วยให้การส่งต่อระหว่างทีมรวดเร็วขึ้น 

5. ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล Customer Profile จากแชท

ในความเป็นจริง ทีม Customer Service เป็นกลุ่มที่ได้พูดคุยกับลูกค้ามากที่สุด และมีข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับความต้องการและ Pain Point ของลูกค้า แต่ปัญหาคือการนำข้อมูลทั้งหมดนี้ออกจาก Conversation ต้องใช้เวลา หากต้องให้แอดมินอ่านแชทและสรุปข้อมูลด้วยตัวเองในแต่ละวัน ทีมจะต้องเสียเวลาไปกับงานเดิม ๆ ที่ต้องทำซ้ำ แทนที่จะนำเวลาไปโฟกัสกับการดูแลลูกค้าและจัดการเคสที่สำคัญกว่า

Saifa AI สามารถช่วยดึงประเด็นสำคัญจาก Conversation ออกมาเป็น Insight เช่น ลูกค้ากำลังมองหาอะไร สินค้าไหนถูกถามถึงบ่อย หรือมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นซ้ำ เพื่อให้ข้อมูลจากหน้าบ้านถูกนำไปใช้ต่อในทีมหลังบ้านได้ง่ายขึ้น

Saifa AI มีฟีเจอร์ Conversation Analytics สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้จากหน้าแชท เพื่อให้ธุรกิจมองเห็น Insight ได้ง่ายขึ้น พร้อมแนะนำ Action plan ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการรวบรวมแบบ Manual ทั้งหมด

ผลลัพธ์ที่ได้: ลดเวลาสรุปข้อมูลลูกค้า ช่วยให้เห็น Customer Insight ได้เร็วขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุง Customer Experience ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6. ผู้ช่วยตอบแชททุกช่องทางนอกเวลางาน

แน่นอนว่าในหนึ่งวันลูกค้าไม่ได้ติดต่อเข้ามาในเฉพาะในเวลาทำการของแอดมินเท่านั้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีช่องทางออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ลูกค้าสามารถเข้ามาสอบถามได้ตลอดทั้งวัน การให้ทีม Customer Service ต้องคอยสลับกะหรือจัดแอดมินเพื่อตอบแชททุกช่องทางตลอด 24 ชั่วโมงอาจเพิ่มต้นทุนและภาระในการบริหารทีมยากขึ้น

Saifa AI สามารถเข้ามาช่วยดูแลบทสนทนาในช่องทางที่เชื่อมต่อไว้ทั้ง LINE, Facebook, Instagram, TikTok หรือแพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง Shopee หรือ Lazada แล้ว Assign AI ให้ช่วยตอบแชทนอกเวลาทำการได้ และเมื่อเจอเคสที่จำเป็นต้องใช้แอดมิน ระบบสามารถส่งต่อให้ทีมเข้ามาดูแลต่อได้

ซึ่งช่วยให้ธุรกิจยังคงให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ทีมไม่ได้ออนไลน์

ผลลัพธ์ที่ได้: ลดภาระการจัดแอดมินติดตามแชทตลอดเวลา เพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ และช่วยให้ลูกค้าได้รับการตอบกลับเร็วขึ้น

7. สรุปรายงานยอดขายทุกช่องทางหลังจบวัน

หลังจากจบวันทำงาน ทีม Customer Service ยังต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลเพื่อดูภาพรวมของการขายและการให้บริการ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีหลายช่องทาง ซึ่งข้อมูลอาจกระจายอยู่ทั้ง Website, Social Commerce และ Marketplace การรวบรวมข้อมูลจากแต่ละช่องทางแล้วนำมาจัดเรียงเป็นรายงานอาจกลายเป็นงานหลังบ้านที่ใช้เวลามาก และต้องทำซ้ำทุกวัน 

Saifa AI สามารถช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Conversation และการขาย เพื่อให้ทีมมองเห็นภาพรวมของ Performance ได้ง่ายขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ต่อในการวางแผนธุรกิจ

นอกจากนี้ Saifa AI ยังมีฟีเจอร์ Analytics Dashboard ที่ช่วยสรุปข้อมูลการทำงานให้อยู่ในรูปแบบที่ดูและวิเคราะห์ได้ง่ายในช่องทางแชทลูกค้าแต่ละคน โดยจะแสดงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า  ทำให้ทีมไม่ต้องเสียเวลานั่งรวบรวมข้อมูลจากแต่ละช่องทางแล้วทำรีพอร์ตด้วยตัวเองหลังจบวัน แต่สามารถดูภาพรวมของข้อมูลที่ต้องการได้จาก Dashboard รายงานที่ได้จะไม่ได้มีเพียงตัวเลขยอดขาย แต่สามารถนำไปต่อยอดเป็น Insight สำหรับการปรับปรุงการขายและการบริการต่อในอนาคตได้ด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้: ลดเวลาทำรายงาน ลดงานรวบรวมข้อมูลแบบ Manual และช่วยให้ธุรกิจนำข้อมูลจากหลายช่องทางไปใช้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น

How-to: เริ่มใช้ Saifa AI ควรเริ่มจากตรงไหน?

การเริ่มใช้ AI Customer Service ไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลทุกอย่างของบริษัทเข้าไปในระบบพร้อมกัน เพราะอาจทำให้การตั้งค่าซับซ้อนโดยไม่จำเป็น

วิธีที่ง่ายกว่าคือเริ่มจาก คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด ก่อน เช่น FAQ ข้อมูลสินค้า เงื่อนไขการให้บริการ หรือข้อมูลที่แอดมินต้องตอบซ้ำเป็นประจำ

จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้มาจัดเป็น Knowledge Base และกำหนดแนวทางการตอบให้ชัดเจน เมื่อ AI สามารถจัดการคำถามพื้นฐานได้แล้ว จึงค่อยขยายไปยัง Workflow อื่น ๆ เช่น การคัดกรอง Conversation การส่งต่อให้แอดมิน และการวิเคราะห์บทสนทนา

การเริ่มแบบนี้จะทำให้ทีมสามารถเห็นภาพรวมการใช้งานได้เร็วขึ้น และสามารถประเมินได้ว่าจุดไหน AI ช่วยลดเวลาการทำงานได้จริง

✅ อ่านบทความเพิ่มเติม: Saifa AI คืออะไร? วิธีเริ่มต้นใช้งานแบบ Step-by-Step 

สรุป Saifa AI ช่วยทีม Customer Service ได้อย่างไร ?

แน่นอนว่าภายในหนึ่งวัน งานของทีม Customer Service ไม่ได้มีแค่การตอบแชท แต่ยังมีงานอื่น ๆ ที่ต้องทำควบคู่กัน เช่น ค้นหาข้อมูล ตรวจสอบออเดอร์ คัดแยกเคส สรุปบทสนทนา ส่งต่องาน และวิเคราะห์ข้อมูลหลังจบวัน

Saifa AI จะเข้ามาช่วยรับผิดชอบงานที่ต้องทำซ้ำแทนทีม Customer Serive ในบางส่วนเท่านั้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่พนักงาน แต่เพื่อช่วยแบ่งงานให้เหมาะสม โดยให้ AI จัดการงานที่ทำซ้ำและใช้ข้อมูลเป็นหลัก เมื่อ AI สามารถดูแลคำถามพื้นฐาน คัดกรอง Conversation และจัดการขั้นตอนเบื้องต้นได้ ทำให้ทีมลดเวลาที่ใช้กับงาน Manual และมีเวลาไปดูแลเรื่องที่สำคัญกว่า เช่น แก้ไขปัญหาที่ยาก ดูแลลูกค้าคนสำคัญ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าต่อได้

👉🏻 ทดลองใช้ Saifa AI ฟรี!: https://app.saifa.ai/

English ไทย